เธอ ...
๙๙ วันแล้วนะ
ที่เธอหยุดหายใจ
หลับตา และจากฉันไป
๒๙ ก.ค.
สี่วันหลังเกิดเรื่อง
สี่วันที่เธอหลับใหลอยู่ในโคม่า
ฉันนั่งเครื่องลงมาส่งพี่ติ๋มที่ กทม.
เตรียมตัวแวะไปที่บ้านเธอ ค้นเอกสาร กับรหัสกล้องที่หายไป
ตอนสายวันนั้น แป๋วโทร.มาบอกว่าอาการเธอไม่ดี
ฉันก็ใจไม่ดี รู้ทั้งรู้ว่าเวลาของเธอมีเหลืออีกไม่มาก
แต่ฉันก็เลือกที่จะลงมาจัดการธุระเรื่องเธอที่ กทม. แทนคนอื่น
ฉันรีบหาตั๋วเครื่องบินย้อนขึ้นเชียงราย ทั้งที่เพิ่งลงมาได้คืนเดียว
ทิ้งทุกอย่างที่ กทม.ไว้ หาทางขึ้นไปหาเธอให้เร็วที่สุด
แต่แล้วก็ไม่ทัน ...
ใกล้เที่ยง
ฉันออกจากออฟฟิศ
นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมุ่งหน้าไปบ้านเธอ
แป๋วโทร.มา
บอกให้ฉันลาเธอทางโทรศัพท์ที่ข้างๆ หูเธอ
เธอรู้มั้ย
ฉันรีบร้อนออกจากรถไฟ ที่สถานีเพชรบุรี
เธอ ...
ฉันพูดสั้นๆ ได้ไม่กี่คำ
เป็นครั้งแรกในชีวิต
ที่ฉันยืนหลังพิงเสาร้องไห้ไม่อายใคร
บ่ายนั้น
ฉันนั่งหมดแรงอยู่ในห้องนอนของเธอพักใหญ่
ก่อนจะหยิบข้าวของและเอกสารที่จำเป็น
ออกจากบ้านเธอ กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านฉัน
แล้วมุ่งหน้าไปสนามบิน
นี่เธอหลับตาลงแล้ว ..ชั่วกาล.. จริงๆ หรือ
ใครกันที่ใจร้ายบุกเข้ามาทำร้ายผู้หญิงคนเดียวถึงในบ้าน
ใครกันที่โหดเหี้ยมทำร้ายนางฟ้าเดินดินอย่างเธอได้ลง
..................................................................
๑๑ สิงหา
งานศพของเธอผ่านพ้นไปด้วยดี
แปดวันเต็มที่ฉัน แป๋ว น้องมอร์น พ่อ แม่
มีชีวิตและหายใจอยู่ด้วยเป้าหมายเดียวกัน
จัดพิธีศพ และทำบุญส่งเธอไปสวรรค์
เธอรู้มั้ย
งานศพเธอไม่เหมือนใคร และไม่มีทางมีใครเหมือน
พี่บันนี่ กับเพื่อน ระดมขนต้นไม้มาประดับศาลาจนแทบจะกลายเป็นป่า
ดอกกล้วยไม้สีขาว กับดอกหน้าวัวสีขาว ที่แต่งอยู่หน้ารูปของเธอ แป๋วเป็นคนเลือก
รูปใหญ่ที่อัดกรอบ ฉันกับแป๋วช่วยกันเลือก จากรูปตอนพวกเราไปเที่ยวกัน
มีรูปตอนไปภูชี้ฟ้า งานดอกไม้งามใกล้บ้านเธอ แล้วก็รูปตอนพวกเรารับปริญญา
ฉันไปขนโทรทัศน์จอแบนจากบ้านน้องมาดดีมาตั้ง แก้วก็ยกมาช่วยงานด้วยอีกเครื่อง
จงกับฉันช่วยกันเลือกรูปเธอ
เธอรู้มั้ย รูปของเธอกับวิวบ้านช้างน้าวที่ฉันกับจงถ่ายเอาไว้มีเยอะมากๆ
ยังไม่นับรูปสมัยพวกเราเรียนปริญญาตรี
รูปตอนเราไปบ้านกรูด รูปที่เธอ ฉัน กับแม่ไปเที่ยวนิวซีแลนด์
รูปที่เธอกับแป๋วไปอังกฤษ มาเก๊า ฯลฯ
รูปที่เธอไปตะลุยเยลโลว์สโตนกับพี่ติ๋ม
แถมวันหลังๆ ฉันยังติดต่อขอรูปเธอจากเพื่อนๆ ของเธอที่เรียนที่ฮาวายได้
แขกเลยได้ดูรูปเธอจนตาลาย
แน่นไรท์เพลงประกอบละครที่ทำเก็บไว้ส่วนตัว
เวอร์ชั่นพิเศษที่เธอชอบ
แน่น arrange ใหม่หมดเพื่อเอามาประกอบรูปของเธอ
คืนวันศุกร์ที่ ๗ ส.ค.
รุ่นเราเป็นเจ้าภาพ เพื่อนๆ มากันเยอะมากๆ เลย
แน่น กับโอ๋ หอบแอคคอร์เดี้ยน และกีตาร์ มาเล่นให้เธอฟังตั้งแต่ก่อนพระสวด
จนพระสวดเสร็จนั่นแหละ น้องโก้ถึงตามมาเป่าแซ็กโซโฟนแจมด้วยอีกคน
ฉันเป็นคนเลือกเพลงแรกให้วงทรีโอ้เฉพาะกิจเล่นให้เธอเองแหละ
Theme from Dying Young ไงเธอยังจำได้หรือเปล่า
เราไปดูหนังเรื่องนี้ด้วยกันที่ แมคเคนน่า
เธอไม่ชอบหนัง แต่ฉันจำได้เสมอว่า..
เธอปลื้มแซ็กโซโฟนของ เคนนี่ จี ที่อยู่ในหนังเรื่องนี้เอามากๆเพลงที่สอง แป๋วเป็นคนเลือก
หมอกหรือควัน ... เพลงโปรดของเธอไง
.............................................
คืนนั้น
วง Trio ของสองโปรดิวเซอร์ และหนึ่งแซ็กโซโฟนิสต์
ทำเอาแขกที่มาร่วมงานติดอกติดใจ
มีรายนึงถึงกับเดินมาขอเบอร์นักดนตรีจากฉัน
คงเข้าใจไปเองว่าฉันเป็นผู้จัดการวง
ฉันจะตอบยังไงได้ล่ะว่า
วงเฉพาะกิจที่ลำพังค่าตัวแน่นคนเดียวก็ไม่รู้เท่าไหร่
ไหนจะน้องโก้ กะโอ๋ อีก
ที่สำคัญ ไม่ใช่ใครจะว่าจ้างสามคนนี้มาทำอะไรแบบนี้ได้
ที่มากัน ก็เพราะเธอเป็นคนที่พวกเราทุกคนรัก
รักมากๆ เลย ...
สวดศพเจ็ดวันเสร็จ
วันที่แปดพวกเราทำบุญให้เธอ
อานวลนิมนต์พระมาเทศน์
ไม่ใช่เทศน์ให้เธอฟังหรอกนะ
แต่เป็นเทศน์ให้พ่อแม่ น้องมอร์น และพวกเราฟังต่างหาก
จะให้ทำใจยอมรับกันง่ายๆ ได้อย่างไร
ผู้หญิงจิตใจดีงาม ไม่เคยคิดร้ายใคร
ผู้หญิงคนที่ทำแต่เรื่องดีๆ และโชคดีมาตลอดชีวิตอย่างเธอ
จะต้องมาเจอโชคร้ายและจากพวกเราไปอย่างไม่คิดไม่ฝันอย่างนี้
.............................................................................
พวกเราจัดการย้ายต้นไม้จากศาลาไปจัดหน้าเมรุ
มีแต่คนยกโขยงกันมาช่วยจัดต้นไม้ให้งานของเธอ
สีเขียวอุ่นๆ ของสารพัดไม้ใบ และกล้วยไม้สีขาว
ห่มคลุมจนงานของเธอไม่มีวันเป็นสีหม่น
เธอ
หลังจากงานของเธอผ่านไป
ฉัน แป๋ว กับเพื่อนๆ
หมั่นเวียนกันไปนั่งทานข้าวกับพ่อแม่อยู่บ่อยๆ
พ่อยังไม่เลิกร้องไห้คิดถึงเธอเลย
แม่เสียอีกที่เข้มแข็ง เป็นหลักให้พ่อ
จากครั้งแรกๆ ที่สภาพพ่อย่ำแย่เต็มที
นานวันเข้า ก็ค่อยๆ มีเสียงสนทนาออกรสออกชาติ
แถมบางครั้ง แน่นมาทานข้าวด้วย
หอบหีบเพลงตัวเก่งมาเล่นดนตรีให้พ่อกับแม่ฟัง
บางวันพ่ออารมณืดี เล่าเรื่องสมัยหนุ่มๆ อยู่อเมริกาให้ฟังด้วย
บางวันกึ่มไวน์ได้ที่ก็ร้องเพลงแจ๊สเก่าๆ โชว์ซะงั้น
นับวันปาร์ตี้ของพวกเรากลายเป็นวันเวลาแห่งความสุข
เป็นช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน ที่พวกเราได้รำลึกถึงเธอฉันยังเชื่ออยู่เสมอว่าเธออยู่ใกล้ๆ พ่อ แม่ น้องมอร์น และพวกเรา
ตลอดเวลา
เธอ ...
๒๙ กันยา ที่ผ่านมา
วันเกิดฉัน
ทุกปี หลังจากตื่นเช้าใส่บาตรกับแม่
ตอนสายเธอเป็นคนแรกที่จะโทร.มาทักทาย Happy Birthday
แต่ปีนี้ไม่มีเสียงเธอเลย
หมดจากงานของเธอ
ฉันก็ได้แต่อลเวงชีวิต ทั้งเรื่องงาน นั่นนี่สารพัด
ถ้าเธอยังอยู่ เธอก็คงบ่นฉันอีกตามประสา
ต้นเดือนสิงหา
ฉันวิ่งรอกไปกลับ จุฬาฯ เอไอที อยู่เป็นอาทิตย์
หลังจากนั้นก็ต้องขึ้นไปสอนที่อุดรฯ กะหนองคาย
ปลายสิงหา ไปประชุมที่โตเกียว
ต้นกันยา ไปอบรมที่เกาหลี
ตุลา ทั้งเดือน ฉันวิ่งรอก กรุงเทพฯ เชียงราย ภูเก็ต รังสิต
จบด้วยไปประชุมที่เวียดนาม
เธอยังไม่ได้ไปเที่ยวเวียดนามกับฉันเลย
จำได้ไม่ลืม เธออยากไปดาลัด กับมุยเน่
จำได้ไม่ลืม เธอเคยบอกว่าอีกสักปีสองปีให้บ้านช้างน้าวเข้าที่
เราจะไปขับรถเที่ยวเกาะใต้กันอีกครั้ง
เราสามคน เธอ ฉัน แป๋ว ยังไม่เคยไปเที่ยวลุยๆ พร้อมกันสักที
วันนี้ ฉันกับแป๋วไม่มีโอกาสไปเที่ยวกับเธออีกแล้ว
เธอ...
แป๋วยังเขียนไดอารี่ถึงเธอทางอีเมลตลอดเลย
ทุกครั้งที่รับฟอร์เวิร์ดเมลจากแป๋ว
ฉันได้แต่บอกตัวเองว่าต้องมีสติ ไม่แกว่งตามไปด้วย
เธอไปสวรรค์แล้ว
ไปอยู่ในที่ดีๆ
ที่ไหนสักแห่ง ที่เธอเคยอยู่
ที่ไหนสักแห่ง ที่ฉันก็ไม่รู้ว่า
เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีก
เธอ...
เราคบกันมากี่ปี จำได้มั้ย
ตั้งแต่วันรับน้อง เดือน ก.ค. ปี ๓๒ จนวันนี้
ยี่สิบปีกับอีกร้อยกว่าวันแล้วนะ
ทำไมนะ
ตั้งแต่เธอจากไป ฉันยังไม่เคยฝันเห็นเธอเลย
แป๋วซะอีก คิดถึงเธอเก็บไปฝันตั้งหลายครั้ง
เธอรู้มั้ย
แป๋วไปดูหนัง "รถไฟฟ้ามาหานะเธอ"
ใครๆ เขาหัวเราะกันขำๆ
แต่แป๋วนั่งร้องไห้คิดถึงเธอทุกฉากที่นางเอกอยู่กับเพื่อนสนิท
ออกจากโรงหนังโทร.มาเล่าให้ฉันฟัง ฉันยังไม่อยากเชื่อ
จนได้ไปดูเองถึงเข้าใจแป๋วว่าเพราะอะไร
เธอ...
วันที่ ๕ พ.ย. นี้
จะครบร้อยวันที่เธอจากพวกเราไปแล้วนะ
ตารางงานวันพฤหัสฯ ที่ ๕ ของฉันแน่นเอี้ยด
สอนตั้งแต่เช้ายันบ่าย
สามโมงต้องวิ่งไปเป็นผู้ดำเนินการเสวนาที่จามจุรีสแควร์
ตรงโถงกลาง หน้าร้านสเวนเซ่นส์ร้านนั้นแหละ
เธอเชื่อมั้ย .. ตั้งแต่เธอไม่อยู่
ฉันไปนั่งกินไอติมช็อคโกแลตเผื่อเธอมาตั้งสี่ครั้งแล้ว
แต่ก่อนฉันไม่เข้าใจเลยว่า มันอร่อยตรงไหน
เหมือนที่เธอไม่เคยเข้าใจฉันเลย
ว่าทนกินไอติมสตอเบอรี่หวานๆ อยู่ได้ยังไงทุกครั้ง
แต่วันนี้ฉันว่า มันก็อร่อยดีเหมือนกันนะ
ไอ้เจ้าไอติมช็อคโกแลตสามสี่ลูกในหนึ่งถ้วยเนี่ยะ
วันพฤหัสฯ นี้
ฉันจะยังไม่ทำบุญให้เธอนะ
ไว้รอทำบุญวันเสาร์พร้อมพ่อ แม่ น้องมอร์น แป๋ว ฯลฯ แล้วกัน
เอาอย่างนี้ดีมั้ย
เย็นวันพฤหัสฯ เสร็จงานตอนค่ำๆ แล้วฉันจะแวะไปนั่งกินไอติมช็อคโกแลตสเวนเซ่นส์เผื่อเธอสักถ้วย
เธอ ...
ฉันขออนุญาตไม่ลบชื่อเธอออกจากลิสต์ใน MSN นะ
โปสการ์ด จดหมายกับ aerogram ที่เธอส่งมาคุยกับฉัน สมัยอยู่’เมกาก็ด้วยฉันเอาวางไว้ใกล้ๆ หัวนอนนี่แหละ
เซ็งๆ เบื่อๆ วันไหน จะได้หยิบมาเปิดอ่านขำๆ
ใครจะแยกลายมือเธอกับแป๋วไม่ออกก็ช่างเขา
แต่ฉันจำได้ จำได้ไม่เคยลืมเลย
เธอ ...
ไว้อีกสักปีสองปีนะ
ให้ฉันจัดการเรื่องเรียนเรียบร้อยก่อน
ฉันจะชวนแป๋ว ไอ้จง ไอ้บอย ไอ้ต้อย ไปเที่ยวเกาะใต้ไปตามเส้นทางที่เราเคยพาแม่ไปเที่ยวกันนั่นแหละ
ฉันไม่เคยลืม
ว่าเธออยากให้พวกเราไปด้วยกันพร้อมๆ หน้าสักครั้ง
แย่หน่อยที่คราวนี้
พวกเราขาด "เสียงส่วนใหญ่" อย่างเธอฉันสัญญาว่า
จะไม่ปล่อยให้แป๋วเถียงแพ้ไอ้ต้อย
จะช่วยแป๋วดูแผนที่ไม่พาหลงทาง
จะขนไวน์กลับมาฝากพ่อ
จะซื้อแกะกลับมาฝากแม่
ฯลฯ
เธอ ...
ถึงเราจะไม่มีโอกาส
นั่งจิบคาปูชิโน่กับชอคโกแลตร้อนที่ริมระเบียงด้วยกันตอนแก่
แต่ฉันสัญญานะว่า
ทุกครั้งที่ฉันจิบกาแฟ ไม่ว่าที่ไหนในโลก
ฉันจะรำลึกถึงระเบียงกาแฟบ้านช้างน้าว ริมน้ำกก .. บ้านของเธอ
เธอ ...
หลับให้สบายนะ
เที่ยวเล่นอยู่บนนั้นรอพวกเราด้วย
แล้ววันนึงนะ วันนึง
.. เราจะได้พบกัน ..